MENU

นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookie Policy)

เว็บไซต์ของ บริษัท เบญจจินดา โฮลดิ้ง จำกัด  (ต่อไปนี้เรียก ว่า “บริษัท”) มีการใช้งานคุกกี้ (Cookie) (“คุกกี้”) เพื่อติดตามจำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์และหน้าเว็บไซต์ที่เยี่ยมชม รวมถึงเพื่อวิเคราะห์ ปรับปรุง และพัฒนาเว็บไซต์ของบริษัทเพื่อให้ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ได้รับประโยชน์สูงสุด ในการนี้ บริษัทจึงขอแจ้งให้ท่านทราบถึงรายละเอียดและการทำงานของคุกกี้ ดังต่อไปนี้

คุกกี้คืออะไร?
คุกกี้ คือ ไฟล์ขนาดเล็กที่จะถูกดาวน์โหลดและจัดเก็บไว้ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตของท่าน เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของท่านแต่อย่างใด ในการนี้ คุกกี้จะทำให้เว็บไซต์สามารถจดจำความชื่นชอบและประวัติการใช้งานของท่าน และคุกกี้จะนำข้อมูลดังกล่าวที่บันทึกเอาไว้ในคุกกี้มาใช้เมื่อท่านเยี่ยมชมเว็บไซต์ หรือนำมาแสดงผลเพื่อการให้บริการตามที่ท่านร้องขอเป็นครั้งคราว  คุกกี้จะบอกให้บริษัททราบว่าท่านเข้าใช้งานส่วนใดของเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อที่บริษัทจะสามารถให้บริการข้อมูลได้ตรงกับความต้องการของท่านได้ นอกจากนี้ คุกกี้จะช่วยให้ท่านเข้าถึงข้อมูลเฉพาะเจาะจงที่ท่านร้องขอโดยอัตโนมัติ เว้นแต่กรณีที่ท่านได้ลบคุกกี้ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ของท่าน

ข้อมูลที่เก็บรวบรวมโดยคุกกี้
ท่านตกลงยินยอมและรับทราบว่าคุกกี้ในเว็บไซต์ของบริษัทจะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลและข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังต่อไปนี้โดยอัตโนมัติ

  • ข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ (Log File) เช่น หมายเลขไอพีแอดเดรส (IP Address) ของท่าน และวันที่และเวลาที่ท่านเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัท
  • รายละเอียดและพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์ของบริษัท เช่น หน้าเว็บไซต์ที่ท่านเยี่ยมชม และหน้าเว็บไซต์ที่ท่านเยี่ยมชมเป็นลำดับสุดท้ายก่อนที่ท่านจะออกจากเว็บไซต์ของบริษัท รวมถึงเนื้อหาบนหน
  • เว็บไซต์ที่เยี่ยมชมและระยะเวลาที่ใช้ในการเยี่ยมชม
  • บัญชีผู้ใช้และรหัสผ่าน (Username and Password) ของท่าน ในกรณีที่ท่านเลือกให้เว็บไซต์ “จดจำรหัสผ่าน” ของท่าน
  • ประเภทของเว็บเบราว์เซอร์ (Browser) ที่ใช้ในการเยี่ยมชมเว็บไซต์
  • โดเมนเนมของเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงท่านเข้าสู่เว็บไซต์ของบริษัท
  • ตำแหน่ง (Location) ของท่าน

บริษัทจะนำหมายเลขไอพีแอดเดรส (IP Address) หรือข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมข้างต้นไปใช้เพื่อระบุตัวตนของท่าน เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อปกป้องผลประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท และเพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดในนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) ของกลุ่มบริษัท BCG เท่านั้น ทั้งนี้ ท่านสามารถศึกษารายละเอียดของนโยบายดังกล่าวได้ที่ นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) ของกลุ่มบริษัท BCG” 

ประเภทคุกกี้ที่บริษัทใช้งาน
คุกกี้ที่บริษัทใช้ในเว็บไซต์ของบริษัท มีดังต่อไปนี้

1. คุกกี้ประเภทที่จำเป็นต่อการทำงานของเว็บไซต์ (Strictly necessary cookies): คือ คุกกี้ที่จำเป็นและมีความสำคัญต่อการทำงานของเว็บไซต์ของบริษัทที่ทำให้เว็บไซต์ของบริษัทสามารถทำงานได้เป็นปกติ

คุกกี้

วัตถุประสงค์การใช้งาน

อายุการใช้งาน

ที่มา

PHPSESSID

คุกกี้พื้นฐานที่จำเป็น

Session

.benchachinda.co.th

laravel_session

คุกกี้พื้นฐานที่จำเป็น

2 ชม.

.benchachinda.co.th

XSRF-TOKEN

คุกกี้พื้นฐานที่จำเป็น

2 ชม.

.benchachinda.co.th

 

2.) คุกกี้ประเภทการทำงาน (Preferences/Functionality cookies): คือ คุกกี้ที่บริษัทใช้เพื่อจดจำคุณลักษณะและการตั้งค่าที่ท่านเลือกขณะเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัท ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาใช้เมื่อท่านเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทในครั้งถัดไป เพื่อให้เว็บไซต์แสดงคุณลักษณะที่ท่านได้ตั้งค่าเอาไว้โดยที่ท่านไม่ต้องตั้งค่าใหม่เมื่อเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ทุกครั้ง 

คุกกี้

วัตถุประสงค์การใช้งาน

อายุการใช้งาน

ที่มา

AcceptCookie

เช็คว่ายินยอมให้ใช้งาน Cookies

1 เดือน

.benchachinda.co.th

3. คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล (Analytic/Performance cookies): คือ คุกกี้ที่บริษัทใช้เพื่อติดตามข้อมูลทางสถิติ เช่น จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์และหน้าเว็บไซต์ที่เยี่ยมชม รวมถึงลักษณะและพฤติกรรมของผู้ใช้บริการที่ใช้งานเว็บไซต์ของบริษัท สำหรับวิเคราะห์และประมวลผลเพื่อพัฒนาและปรับปรุงเว็บไซต์ของบริษัท

คุกกี้

วัตถุประสงค์การใช้งาน

อายุการใช้งาน

ที่มา

_ga

คุกกี้ในส่วนวิเคราะห์

2 ปี

.benchachinda.co.th

_gat_UA-200862245-1

คุกกี้ในส่วนวิเคราะห์

1 วัน

.benchachinda.co.th

gcl_au

คุกกี้ในส่วนวิเคราะห์

90 วัน

.benchachinda.co.th

_gid

คุกกี้ในส่วนวิเคราะห์

1 วัน

.benchachinda.co.th

_ga_580ZJNSGGQ

คุกกี้ในส่วนวิเคราะห์

2 ปี

.benchachinda.co.th

4. คุกกี้ของบุคคลภายนอก (Third-party cookies): เว็บไซต์ของบริษัทอาจมีคุกกี้ของบุคคลภายนอกที่ส่งมาจากเว็บไซต์ต่างๆ เช่น คุกกี้ของ YouTube จากวิดีโอและเพลย์ลิสต์ของช่อง (Channel) YouTube ของบริษัทที่ฝังอยู่ในเว็บไซต์ของบริษัท (Embed videos and playlists) หรือลิงค์ (Link) ที่เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก

คุกกี้

วัตถุประสงค์การใช้งาน

อายุการใช้งาน

ที่มา

NID

คุกกี้ใช้สำหรับแผนที่ google maps

6 เดือน

.google.com

1P_JAR

คุกกี้ใช้สำหรับแผนที่ google maps

30 วัน

.google.com

_fbp

คุกกี้ใช้สำหรับแผนที่ google maps

90 วัน

.benchachinda.co.th

ทั้งนี้ บริษัทจะไม่รับทราบและไม่รับผิดชอบการดำเนินการของคุกกี้ของบุคคลภายนอกข้างต้น ดังนั้น บริษัทจึงขอให้ท่านโปรดศึกษาแนวปฏิบัติด้านความเป็นส่วนตัวและนโยบายการใช้คุกกี้ของบุคคลภายนอกข้างต้นก่อนการให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บุคคลภายนอกดังกล่าว

การลบและ/หรือการปิดกั้นคุกกี้
การที่ท่านเยี่ยมชมและใช้บริการเว็บไซต์ของบริษัทถือว่าท่านได้ตกลงและให้ความยินยอมสำหรับการใช้คุกกี้ของบริษัทตามที่ระบุในนโยบายเกี่ยวกับการใช้งานคุกกี้นี้ ทั้งนี้ หากท่านประสงค์ที่จะเพิกถอนความยินยอมสำหรับการใช้คุกกี้ดังกล่าว ท่านสามารถลบและ/หรือปิดกั้นคุกกี้ในเว็บเบราว์เซอร์ (Browser) ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ของท่าน ดังนี้

การแก้ไขนโยบายเกี่ยวกับการใช้งานคุกกี้
บริษัทสงวนสิทธิที่จะปรับปรุงหรือแก้ไขนโยบายเกี่ยวกับการใช้งานคุกกี้นี้ตามที่บริษัทเห็นสมควร ท่านจึงควรตรวจสอบนโยบายนี้เป็นระยะๆ เพื่อให้ทราบถึงการปรับปรุงและการแก้ไขดังกล่าวเพื่อประโยชน์ของท่านเอง

ติดต่อสอบถาม
หากท่านมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้งานคุกกี้หรือนโยบายเกี่ยวกับการใช้งานคุกกี้ของบริษัท ท่านสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท (“DPO”) ได้ที่

หน่วยงาน: คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ที่อยู่: เลขที่ 499 ชั้น 7A อาคารเบญจจินดา ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร
อีเมล: DPO@benchachinda.co.th

 

นโยบายการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล

กลุ่มบริษัท BCG (“บริษัท”) ตระหนักและให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นอย่างยิ่ง จึงได้จัดให้มีนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ (“นโยบาย”) เพื่อแจ้งให้ท่านทราบถึงวิธีการที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ประเภทของข้อมูล และวัตถุประสงค์ในการดำเนินการดังกล่าว รวมถึงระยะเวลาในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลภายนอก สิทธิของท่าน การรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และวิธีการที่ท่านสามารถติดต่อบริษัท

โดยนโยบายฉบับนี้ ใช้สำหรับบุคคลดังต่อไปนี้

  1. ลูกค้า หรือผู้ใช้บริการของบริษัท ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา
  2. ผู้ประกอบการ ร้านค้า คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ให้บริการ คู่สัญญาของบริษัท ที่เป็นบุคคลธรรมดา
  3. บุคคลธรรมดาที่มีความเกี่ยวข้องหรือมีความสัมพันธ์กับลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ ผู้ประกอบการ ร้านค้า คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ให้บริการ หรือคู่สัญญาของบริษัท ที่เป็นนิติบุคคล เช่น ผู้ถือหุ้น กรรมการ ผู้รับมอบอำนาจกระทำการแทน ผู้ประสานงาน ผู้ติดต่อ พนักงาน หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมาย
  4. บุคคลธรรมดาที่ไม่ใช่ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการของบริษัท แต่บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เช่น บุคคลที่ได้เข้าชมเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของบริษัท หรือเข้าใช้บริการที่สถานที่ สำนักงาน หรืสาขาของบริษัท
  5. บุคคลธรรมดาที่ได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท หรือที่บริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลมาทั้งทางตรงและทางอ้อมไม่ว่าผ่านช่องทางใด

 

1. คำนิยาม

“ข้อมูลส่วนบุคคล”หมายถึง ข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวกับบุคคลธรรมดาที่ทำให้สามารถระบุตัวตนบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมรวมทั้งข้อมูลทุกประเภทที่สามารถบ่งชี้ตัวตน อาทิเช่น ชื่อ หมายเลขประจำตัวบัตรประชาชน ข้อมูลสถานที่อยู่ ข้อมูลออนไลน์ ข้อมูลเอกลักษณ์ทางกายภาพ ทางจิตใจ ทางสังคม เศรษฐกิจ หรือวัฒนธรรม ที่สามารถระบุตัวตนได้ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรม

“กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล”หมายถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือฉบับอื่นที่อาจมีการแก้ไขในภายหลัง รวมถึงพระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศ คำสั่ง และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

 

2. การเก็บรวบรวมและวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเฉพาะกรณีที่จำเป็นหรือมีฐานทางกฎหมายในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น ซึ่งรวมถึงกรณีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย การปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญาหรืออาจเป็นตัวแทนหรือบุคคลากรของคู่สัญญา การดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือของบุคคลอื่น เพื่อการดำเนินการตามความยินยอมของท่าน และ/หรือ ภายใต้ฐานทางกฎหมายอื่นๆ โดยวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของบริษัท มีดังต่อไปนี้

 

2.1 เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย

เนื่องจากในการดำเนินธุรกิจของบริษัท บางครั้งบริษัทต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแล และต้องดำเนินการตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง บริษัทจึงมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบของหน่วยงานรัฐ และ/หรือ หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลธุรกิจหรือกิจกรรมใดๆที่บริษัทดำเนินอยู่ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  • เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ กฎหมายเกี่ยวกับการประกอบกิจการโทรคมนาคม กฎหมายเกี่ยวกับภาษีต่างๆ และกฎหมายอื่นที่บริษัทต้องปฏิบัติตาม ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
  • เพื่อปฏิบัติตามกฎระเบียบและ/หรือคำสั่งของผู้มีอำนาจ (เช่น คำสั่งศาล คำสั่งของหน่วยงานรัฐ หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแล หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ)

 

2.2 เพื่อการปฏิบัติตามสัญญา หรือการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญา

ในกรณีที่ท่านได้เข้าทำสัญญากับบริษัท หรือมีคำขอก่อนเข้าทำสัญญา ไม่ว่าจะในนามตนเอง หรือในฐานะตัวแทนหรือในนามของบุคคลอื่น บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามสัญญาหรือตามคำขอ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  • เพื่อการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนการเข้าทำสัญญากับบริษัท หรือเพื่อการพิจารณาก่อนการเข้าทำสัญญา
  • เพื่อการให้บริการผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการ การส่งมอบผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการแก่ท่าน การยืนยันตัวตนในการใช้บริการผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการของบริษัท การให้คำแนะนำและการจัดการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการ การเรียกเก็บหรือชำระค่าผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการ หรือการดำเนินการอื่นใดเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา (รวมถึงการปฏิบัติตามเงื่อนไขการให้บริการของบริษัท)

 

2.3 เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือของบุคคลอื่น

บริษัทจะอ้างอิงฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทหรือของบุคคลอื่นกับสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  • เพื่อบริหารกิจการของบริษัท หรือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ทางธุรกิจอันสมควร (เช่น กำกับตรวจสอบ บริหารจัดการความเสี่ยง บริหารจัดการภายในองค์กร ตรวจสอบบัญชี ตรวจสอบภายในองค์กร เฝ้าระวัง ป้องกัน และตรวจสอบการทุจริต การให้สินบน การประพฤติโดยมิชอบ)
  • เพื่อบริหารจัดการความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทและท่าน (เช่น ดูแลลูกค้า ประเมินความพึงพอใจ จัดการข้อร้องเรียน)
  • เพื่อพัฒนาและปรับปรุงผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบงานต่างๆ ของบริษัทให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • เพื่อการรักษาความปลอดภัย (เช่น บันทึกภาพ CCTV ลงทะเบียน แลกบัตร และ/หรือบันทึกภาพ ผู้ติดต่อก่อนเข้าบริเวณสถานที่ของบริษัท รวมถึงการตรวจจับอุณหภูมิ และการจำแนกใบหน้า)
  • เพื่อจัดการข้อเรียกร้องและข้อพิพาท ฟ้องร้องดำเนินคดีและดำเนินกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการดำเนินการบังคับคดี
  • เพื่อติดต่อกับท่านสำหรับการเจรจาหรือหารือทางธุรกิจ หรือเพื่อติดต่อก่อนการเข้าทำสัญญากับท่าน
  • เพื่อจัดโครงการ นิทรรศการ อบรม สัมมนา หรือกิจกรรมอื่นใด ซึ่งรวมถึงการเยี่ยมชมองค์กรของบริษัท
  • เพื่อเก็บรักษา และแก้ไขปรับปรุงรายชื่อหรือรายนามของลูกค้าให้เป็นปัจจุบัน (ซึ่งรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน) และจัดเก็บสัญญาและเอกสารที่เกี่ยวข้องซึ่งอาจมีการอ้างถึงท่านในเอกสารดังกล่าว
  • เพื่อการดำเนินงานของบริษัท หรือเพื่อตอบสนองความต้องการหรือให้บริการแก่ท่าน โดยอาจมีความจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบริษัทในเครือ หรือบริษัทในกลุ่มบริษัท BCG

 

2.4 เพื่อการดำเนินการตามความยินยอมของท่าน

ในบางกรณี บริษัทอาจมีการขอความยินยอมจากท่านในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อให้ท่านได้รับประโยชน์สูงสุด และ/หรือ เพื่อให้บริษัทสามารถให้บริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของท่าน ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  • เพื่อการวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล การทำวิเคราะห์ทางสถิติ การวางแผนการตลาด กิจกรรมทางการตลาดของบริษัท ตลอดจนนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมแก่ท่าน
  • เพื่อนำไปใช้ในการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการจัดประชุม อบรม สัมมนา สันทนาการ นิทรรศการ หรือกิจกรรมต่างๆ
  • การดำเนินการอื่นที่บริษัทต้องได้รับความยินยอมจากท่าน

 

2.5 เพื่อการดำเนินการภายใต้ฐานทางกฎหมายอื่นๆ

นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ข้างต้น บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ฐานทางกฎหมายอื่น ดังต่อไปนี้

  • ป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพบุคคล
  • เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะหรือเพื่อการใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่

 

บริษัทขอแจ้งให้ท่านทราบว่า ในกรณีที่ท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทเมื่อบริษัทร้องขอ และเป็นกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้นมีความจำเป็นสำหรับการปฏิบัติตามกฎหมาย จำเป็นในการเข้าทำสัญญาหรือปฏิบัติตามสัญญา ท่านอาจได้รับความสะดวกจากการใช้บริการน้อยลง หรือบริษัทอาจไม่สามารถให้บริการหรือดำเนินการเพื่อให้บริการบางส่วนหรือทั้งหมด หรือดำเนินการตามคำขอของท่านได้

   

3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย

ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ ขอบเขตของบริการที่ท่านใช้ หรือความสนใจในบริการหรือผลิตภัณฑ์ของท่าน หรือความสัมพันธ์ของท่านที่มีอยู่กับบริษัท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะข้อมูลดังต่อไปนี้

  • ชื่อ นามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด ภาพถ่าย ภาพและหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลหนังสือเดินทาง
  • ข้อมูลการติดต่อ ที่อยู่ อีเมล หมายเลขโทรศัพท์
  • ข้อมูลพฤติกรรมการใช้บริการ การใช้เครือข่าย และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ
  • ข้อมูลทางการเงิน เช่น ข้อมูลการชำระเงิน หมายเลขบัตรเครดิต และหมายเลขบัญชีธนาคาร
  • ข้อมูลที่ใช้หรือได้มาจากเพื่อการรักษาความปลอดภัย เช่น เลขทะเบียนรถ อุณหภูมิร่างกาย
  • ข้อมูลเพื่อใช้ในการพัฒนาการให้บริการ และ รวมถึงในกรณีที่ท่านเกิดปัญหาการใช้งานบริการ
  • ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับบริษัทในการปฏิบัติตามกฎหมาย รวมถึงข้อมูลเพื่อการตรวจสอบและใช้ในการดำเนินการที่เกี่ยวข้องในกรณีที่มีการกระทำผิดเงื่อนไขการใช้บริการ หรือผิดกฎหมายใดๆ

 

4. แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล 

บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากช่องทางดังต่อไปนี้

4.1 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงจากท่าน

               บริษัทอาจได้ข้อมูลส่วนบุคคลมาจากท่านโดยตรง เนื่องจากการติดต่อหรือดำเนินธุรกิจระหว่างท่านกับบริษัท ซึ่งอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะกรณีดังต่อไปนี้

  • กรณีที่ท่านติดต่อหรือให้ข้อมูลกับบริษัท เพื่อการเข้าทำสัญญาการใช้บริการต่างๆ กับบริษัท หรือเพื่อความสัมพันธ์ทางธุรกิจอื่นใดกับบริษัท
  • กรณีที่บริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากการรับส่งข้อความทางอีเมล หรือช่องทางสื่อสารอื่น ๆ ระหว่างบริษัทกับท่าน
  • กรณีที่บริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลจากการใช้บริการ การใช้เครือข่าย หรือข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการของท่าน เช่น ข้อมูล Log
  • กรณีที่ท่านใช้งานเว็บไซต์ของบริษัท ซึ่งบริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่าน Cookies ของท่าน
  • กรณีที่ท่านได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกับบริษัท ผ่านพนักงาน หรือผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น เว็บไซต์ของบริษัท เป็นต้น
  • กรณีที่ท่านได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกับบริษัท หรือบริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากการดำเนินงานเพื่อรักษาความปลอดภัยของบริษัท

4.2 การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่น

               บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากท่านโดยตรง ซึ่งแหล่งข้อมูลดังกล่าวมีสิทธิเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น หน่วยงานของรัฐ บริษัทในเครือ พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ใช้บริการที่ดำเนินธุรกิจเป็นผู้ให้บริการแก่ท่าน และผู้รับจ้างหรือผู้ให้บริการช่วงที่บริษัทไว้วางใจให้ดำเนินการให้บริการแก่ท่าน

 

5. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้บุคคลอื่น

               บริษัทจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกับบุคคลและนิติบุคคลอื่นที่ไม่ได้เป็นบริษัทในกลุ่มของบริษัท (“บุคคลอื่น”) เว้นแต่เป็นการเปิดเผยเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์การเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ระบุไว้ในนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ โดยบริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้บุคคลอื่น ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะบุคคลดังต่อไปนี้

  • ผู้ให้บริการหรือผู้รับจ้างช่วงของบริษัท
  • ที่ปรึกษาวิชาชีพ เช่น ที่ปรึกษากฎหมาย รวมถึงทนายความ
  • หน่วยงานที่ต้องการตรวจสอบการบริหารจัดการข้อมูลทั้งภายนอกและภายใน เพื่อป้องกันการทุจริต
  • หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานที่มีอำนาจควบคุมและกำกับดูแลตามกฎหมาย
  • หน่วยงานอื่นเพื่อวัตถุประสงค์ทางกฎหมาย เช่น หน่วยงานที่ปฏิบัติตามคำสั่งทางกฎหมาย หน่วยงานตรวจสอบ หรือกระบวนการทางกฎหมายหรือการฟ้องร้อง
  • บุคคลอื่นที่ท่านได้ให้ความยินยอม รวมถึงบุคคลทั่วไป ในกรณีที่ท่านให้ความยินยอมแก่บริษัทในการประชาสัมพันธ์

6. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ

               ด้วยประเภทธุรกิจของบริษัท เป็นธุรกิจที่ครอบคลุมทั่วโลก ในบางครั้งบริษัทอาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ (เช่น การส่งข้อมูลให้นิติบุคคลที่เป็นคู่สัญญาหรือมีนิติสัมพันธ์กับบริษัท การส่งข้อมูลไปจัดเก็บที่ cloud server ในต่างประเทศเพื่อการให้บริการ)

               ในกรณีนี้บริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดในการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังพันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ให้บริการ หรือผู้รับข้อมูลของบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือด้วยวิธีการที่ปลอดภัยที่สุดเพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

 

7. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

               บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระยะเวลาเท่าที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของบริการ แต่ละประเภท ตามระยะเวลาที่มีสัญญาหรือนิติสัมพันธ์ตามกฎหมายที่บังคับใช้ระหว่างท่านและบริษัท เว้นแต่เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบที่ใช้บังคับกับบริษัท หรือเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดในการปฏิบัติงานภายในของบริษัท หรือเพื่อดำเนินการตามข้อเรียกร้องหรือใช้สิทธิทางกฎหมาย หรือกรณีที่หน่วยงานกำกับดูแลร้องขอ ซึ่งข้อมูลจะถูกจัดเก็บรักษาไว้ต่อไปตามระยะเวลาที่เหมาะสมและจำเป็นสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภท

               บริษัทจะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามมาตรฐานการทำลายข้อมูลของบริษัท เมื่อพ้นระยะเวลาจัดเก็บ หรือเมื่อบริษัทไม่มีสิทธิหรือไม่สามารถอ้างฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแล้ว

 

8. สิทธิของท่านเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

               ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีสิทธิตามกฎหมายดังต่อไปนี้

สิทธิ

คำอธิบาย

สิทธิในการเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านท่านมีสิทธิเข้าถึงและได้รับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทมีอยู่ เว้นแต่กรณีที่บริษัทมีสิทธิปฏิเสธคำขอของท่านตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล หรือกรณีที่คำขอของท่านจะมีผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น
สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านท่านมีสิทธิขอแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ และทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นปัจจุบันได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย
สิทธิในการขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านท่านมีสิทธิขอให้บริษัทลบหรือทำลายข้อมูลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลของท่านเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ เว้นแต่กรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามสัญญาสำหรับการให้บริการ หรือมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายในการปฏิเสธคำขอของท่าน
สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในบางกรณี (เช่น บริษัทอยู่ระหว่างการตรวจสอบคำขอใช้สิทธิแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือท่านขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลแทนการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป)  
สิทธิในการขอให้โอนหรือส่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในกรณีที่บริษัทได้ทำให้ข้อมูลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลภายนอก หรือขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้ส่งหรือโอนไปยังบุคคลภายนอก เว้นแต่บริษัทไม่สามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ หรือโดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้ หรือบริษัทมีเหตุในการปฏิเสธคำขอของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย
สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัทดำเนินการภายใต้ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง เว้นแต่กรณีที่บริษัทมีเหตุในการปฏิเสธคำขอของท่านโดยชอบด้วยกฎหมาย (เช่น บริษัทสามารถแสดงให้เห็นว่าการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายยิ่งกว่า หรือเพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัท)
สิทธิในการขอถอนความยินยอมเมื่อท่านให้ความยินยอมกับบริษัทเพื่อวัตถุประสงค์อย่างหนึ่งอย่างใดโดยเฉพาะแล้ว ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ เว้นแต่เป็นกรณีที่มีข้อจำกัดสิทธิตามกฎหมาย หรือเกี่ยวข้องกับสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่าน ทั้งนี้การถอนความยินยอมอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของท่าน ท่านจึงควรศึกษา สอบถามถึงผลกระทบก่อนการดำเนินการใช้สิทธิดังกล่าว ทั้งนี้ การถอนความยินยอมของท่านจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ได้ให้ความยินยอมไว้แล้วโดยชอบก่อนการถอนความยินยอมดังกล่าว

 

9. การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์เดิม

บริษัทมีสิทธิในการเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้เก็บรวบรวมไว้ก่อนวันที่ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลมีผลใช้บังคับ ต่อไปตามวัตถุประสงค์เดิม หากท่านไม่ประสงค์ที่จะให้บริษัทเก็บรวมรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวต่อไป ท่านสามารถแจ้งบริษัทเพื่อขอถอนความยินยอมของท่านเมื่อใดก็ได้

 

10. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทจึงกำหนดให้มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับการรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงการเข้ารหัสข้อมูล และมาตรการป้องกันการเข้าถึงข้อมูล ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการ สูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ แปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่มีสิทธิหรือโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตลอดจนการป้องกันมิให้มีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยมิได้รับอนุญาต 

 

11. เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

หากท่านประสงค์จะใช้สิทธิของท่านที่มีตามกฎหมาย หรือแจ้งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หรือมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายฉบับนี้ โปรดติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามรายละเอียดด้านล่างนี้

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

นายธนกร เกษมสิน

ที่อยู่        499 ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

เบอร์โทร  02-016-5500

อีเมล       DPO@benchachinda.co.th

 

12. การเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจมีการเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติม นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้เป็นครั้งคราวตามความเหมาะสมและความจำเป็นของบริษัท ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงบริษัทจะแจ้งนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับใหม่ไว้บนเว็บไซต์ของบริษัท

 

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) ปรับปรุงล่าสุดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2566